วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

ทำความรู้จักกับสถานที่ฝึกงานกันหน่อยค่ะ


ประวัติ สทท.จันทบุรี

                   สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดจันทบุรี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7  หรือ สทท.จันทบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักประชาสัมพันธ์เขต    7  กรมประชาสัมพันธ์  ทั้งนี้ก่อตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎี  กาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์เมื่อปี พ.ศ.2540

ออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2541 ณ ห้องส่งชั่วคราว สวท.ระยอง จากนั้นในปีงบประมาณ 2544ได้รับงบประมาณจำนวน 60 ล้านบาทเศษในการก่อสร้างอาคารที่ทำการสทท.จันทบุรี แล้วเสร็จเมื่อปี 2545 ต่อมา ในปีงบประมาณ 2546 ได้รับงบประมาณจำนวน  69 ล้านบาทเศษจัดซื้อพร้อมติด ตั้งอุปกรณ์ ห้องส่งโทรทัศน์ และในปีงบประมาณ 2547 ได้รับงบประมาณในการติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม จำนวน 11 ล้านบาทเศษติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2547 และเริ่มแพร่ภาพออกาอากาศ ที่ห้องส่งใหม่ สทท.จันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 เป็นต้นมาโดยดำเนินการประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อวิทยุโทรทัศน์ ในการพัฒนาประเทศเพื่อเผยแพร่ข่าวสารนโยบายของรัฐบาลรวมทั้งส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและ ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
                     สทท.จันทบุรีรับผิดชอบพื้นที่การออกอากาศครอบคลุม พื้นที่ภาคตะวันออก มีจังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก สมุทรปราการ 
               สถานีเครื่องส่งรับผิดชอบการเชื่อมโยสัญญาณในพื้นที่ ภาคตะวันออก ทั้งสิ้น 4 สถานี คือ
               สถานีเครื่องส่งจังหวัดระยอง อยู่ที่เขายายดา อำเภอเมืองระยอง
               สถานีเครื่องส่งจังหวัดตราด อยู่ที่เขาวงเวียน อำเภอแหลมงอบ
               สถานีเครื่องจังหวัดสระแก้ว อยู่ที่อำเภอเมืองสระแก้ว
               สถานีเครื่องส่งจังหวัดชลบุรีเมืองพัทยา อยู่ที่เขาทัพยา

บันทึกการฝึกงาน


วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 8




1. สิ่งสาคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง

ตอบ

1.การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม

2.การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน

3.การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี

4.มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ

5.การประสานงานโดยวิธีควบคุม

2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง

ตอบ

1. จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน

3. การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

4. การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ

5. การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ

6 .การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา

7. การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ

ตอบ

1. การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้

2. การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ

3. การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน

4. การก้าวก่ายหน้าที่การงาน

5. การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การทำงานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

6. การขาดการนิเทศงานที่ดี

7. ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม

8. การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน

9.ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น

10. การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทาให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้

11. ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน

12.เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

4. จากทฤษฎีที่ศึกษามานิสิตคิดว่าศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ใดบ้างที่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดการประสานงานที่ดี

จงยกตัวอย่างศูนย์ฯ พร้อมอธิบาย

ตอบ

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา เพราะการจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสมการมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกันการมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดีมีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานและการประสานงานโดยวิธีควบคุม

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 7

1. กระบวนการผลิตทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง

7 ขั้นตอน ได้แก่

1. กำหนดจุดมุ่งหมายและบทบาทของสื่อให้ชัดเจน

2. เลือกสื่อที่เหมาะสม

3. ออกแบบสื่อ

4. ผลิตสื่อ

5. ทดสอบสื่อ

6. เผยแพร่สื่อ และนำไปใช้

7. การตรวจสอบและบำรุงรักษาสื่อ

2. รูปแบบของการให้บริการทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงยกตัวอย่างพร้อมอธิบาย

1. แบบสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทเดียว คือ เป็นการให้บริการเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสอ นิตยสาร โดยมีมุมต่างๆ ในการให้บริการ ได้แก่ ห้องสมุด

2. แบบผสมผสานระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ คือ เป็นการให้บริการให้ความรู้ทั้งหนังสือ วารสาร นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่บรรจุเนื้อหาในรูปแบบของดิจิทัล

3. แบบบูรการทรัพยากรการเรียนรู้สมบูรณ์ คือ การจัดสื่อสิ่งพิมพ์ และวัสดุ อุปกรณ์ สื่อโสตทัศน์ที่หลากหลายมารวมไว้ในจุดบริการเดียวกัน ซึ่งมีกระบวนการวิธีระบบ แลเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้เข้ามาใช้ โดยจัดให้ผู้ชำนาญเฉพาะสาขาเข้ามาดำเนินการให้บริการ

4. แบบนิทรรศการ โดยนำเสนอในรูปแบบของการบริการให้ความรู้ ในรูปแบบของนิทรรศการถาวร โดยนำแหล่งการเรียนรู้ที่กระจัดกระจาย มานำเสนอในรูปแบบของนิทรรศการถาวร หรืออาจมีนิทรรศการหมุนเวียนตามเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ผู้ขอรับบริการสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อที่หลายในนิทรรศการ นั้น ๆ โดยมการให้เข้าเยี่ยมชม เช่น พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

5. แบบบันเทิงศึกษา (Edutainment) หมายถึง สถานที่ที่ให้บริการความเรียนรู้ที่รวบรวมรวมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์และวิธีการที่หลากหลายแบบมาบูรณาการซึ่งประกอบด้วย การเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ที่พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองและเป็นแหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน ในรูปแบบของสื่อปฏิสัมพันธ์

3. การบริการทรัพยากรการเรียนรู้คืออะไร

การบริการทรัพยากรการเรียนรู้ คือ กิจกรรมที่นักเทคโนโลยีการศึกษา หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งแสดงถึงจิตใจ และพฤติกรรมการแสดงออกในการให้ความรู้ ด้วยทรัพยากรทั้งวัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการ ถึงการให้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งเพื่อให้ผู้รับนั้นพึงพอใจ และเกิดการเรียนรู้จากทรัพยากรการเรียนรู้นั้น ๆ

4. ขอบข่ายของงานบริการทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง จงอธิบาย

1. ผลิตสื่อ ออกแบบและพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้และส่งเสริมการนำเสนอสื่อในรูปแบบใหม่

2. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

3. ให้ความรู้ นำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายมากให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษา โดยมีการให้คำแนะนำ หรืออาจมีกิจกรรมเช่น นิทรรศการ จัดฝึกอบรม ต่างๆ

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 Directing

1.ให้สรุปความหมายของการสั่งการมาพอเข้าใจ

ตอบ การจัดการของผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการสั่งการตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ชี้แนะ บุคคล การนิเทศงาน และการติดตามผล เพื่อให้งานดำเนินไปตามแผนหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้

2.ขั้นตอนการสั่งการหรือการอำนวยการมีอะไรบ้าง

ตอบ 1. ด้านการวางแผน

2. ด้านการจัดองค์การ

3. ด้านการปฏิบัติการของผู้อานวยการ

4. ด้านการควบคุม

3. องค์ประกอบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง

ตอบ 1.ความเป็นผู้นา

2.การจูงใจ

3. การติดต่อสื่อสาร

4. องค์การและการบริหารงานบุคคล

4.ให้นิสิตอธิบายความสำคัญของการสั่งการกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มาอย่างน้อย 5 ข้อ

ตอบ ความสำคัญของการสั่งการ

1. ลดความสูญเปล่าทั้งด้านวัสดุ เงินทุน เครื่องจักร อุปกรณ์

2. งานดำเนินไปตามแผนหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้

3. คาสั่งมีลักษณะแน่นอน

4.สร้างการมีส่วนร่วมในการบริหาร

5.ดูแลกิจกรรมสานักงานให้เป็นไปตามกฎ วินัย

การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นการสร้างประสบการณ์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิด ความรู้ ต่อเนื่องถึงการเปลี่ยน แปลงพฤติกรรม

2. เป็นแหล่งที่ให้บริการวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการที่หลากหลายก่อให้เกิดการเรียนรู้

3. ก่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4.ก่อให้เกิดแหล่งการเรียนรู้แหล่งใหม่

5.เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 5

ชื่อสกุล..................................................................... รหัส....................................... วิชา.................................. กลุ่ม .......................

แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 รายวิชา 423312 การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

คำสั่ง : ให้นิสิตเขียนอธิบายคำตอบลงในกระดาษ (ส่งท้ายชั่วโมง) และนำเสนอบน Blogger ตามเงื่อนไขต่อไปนี้
(5 คะแนน) งานเดี่ยว

1.อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญ ๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง

-1. การจัดหาสื่อประเภทต่างๆ ไว้สาหรับบริการ

2. การผลิตสื่อเพื่อนามาใช้ในการเรียนการสอน

3. การจัดระบบ จัดเก็บ แยกหมวดหมู่และจัดทาทะเบียน

4. การบริการให้ยืมวัสดุ เครื่องมืออุปกรณ์

5. การให้คาปรึกษา แนะนาการใช้และการผลิตสื่อ

6. การวิจัยและพัฒนาสื่อ

**********************

2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง

-1. ด้านบริหาร โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทา การจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทางบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงาน เพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

2. ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่นาโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการให้คาปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น ซึ่งแนวทางในการกำหนดภารกิจด้านบริการควรสะท้อนปรัชญาที่ยึดความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

3. ด้านวิชาการ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการศึกษาค้นคว้า พัฒนาและเผยแพร่ผลงาน สร้างวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อ จัดการฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ การประเมินคุณภาพสื่อ การประเมินการบริการ เป็นต้น

4. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสำคัญในการจัดหาสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเนื้อหาแต่ละวิชา ตามความจาเป็นให้เพียงพอและยังมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือแก่ครูอาจารย์ในด้านต่างๆเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษา

5. ด้านกิจกรรมอื่น เช่น มีบทบาทหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชนจัดนิทรรศการหรือจัดการแสดงความก้าวหน้าต่างๆ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ควรมีกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่สังคมและจัดแสดงสาธิตนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้สนใจ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง

**********************

3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สาคัญได้กี่ประเภท

- ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (Media Specialists) หรือบางที่อาจเรียกว่านักวิชาการการโสตทัศนศึกษาก็ได้ส่วนใหญ่บุคลากรกลุ่มนี้จะทาหน้าที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหาร

2 บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ

3 บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้ทาหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคุณวุฒิหลากหลายจะใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะในหน้าที่ของตน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจานวนบุคคลในแต่ละประเภทจะมีมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับนโยบาย ขนาดหรือปริมาณของงาน ขอบเขตของการให้บริการ ลักษณะของระบบงานบริการ จานวนผู้ใช้บริการ และงบประมาณของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละแห่งเป็นสำคัญ

**********************

4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย

-ในการจัดหาสื่อมาไว้บริการภายในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีระบบ ระเบียบ สามารถแบ่งออกเป็นขันตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา ได้แก่

1. การสำรวจสื่อวัสดุ (Materials) การสำรวจสื่อวัสดุมีรายการที่ต้องการทราบ คือ

- ชนิดของวัสดุ

- ชื่อเรื่อง

- แหล่งที่เก็บ (Location)

- แหล่งที่ได้มา

- สภาพการใช้งานปัจจุบัน

2. การสำรวจเครื่องมือ (Equipments)

- ชนิดของเครื่องมือ

- แบบ/รุ่น

- แหล่งที่เก็บ

- แหล่งที่ได้มา

- จำนวน

- สภาพการใช้งานปัจจุบัน

ขั้นตอนที่ 2 การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทากิจกรรม เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง

ขั้นตอนที่ 3 การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดยนาข้อมูลที่ได้ไปดาเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ การสารวจความต้องการใช้สื่อในการเรียนการสอนสามารถทาได้หลายลักษณะ ได้แก่

1. การสัมภาษณ์ ซักถามเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อย

2. การสังเกต เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ต้องการข้อมูลสามารถนามาใช้เพื่อเก็บข้อมูลโดยดูจากพฤติกรรมการใช้สื่อที่มีมาแต่เดิม

3. การใช้แบบสอบถาม เป็นการสำรวจที่ได้รายละเอียดมากกว่าแบบอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 4 เป็นขั้นการจัดหา โดยนาข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทาเป็นโครงการสั้นๆ หรือโครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้องต้องพิจารณาตามลาดับความสาคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อเฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ ก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อยเพียงไร มีข้อดีและข้อจากัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

**********************

5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สาคัญ อะไรบ้าง

-ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้องต้องพิจารณาตามลาดับความสาคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อเฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ ก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อยเพียงไร มีข้อดีและข้อจากัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

สื่อประเภทโสตทัศฯปกรณ์จะมีราคาแพงต้องใช้งบประมาณสูงในการจัดซื้อ จัดหาดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อมาไว้บริการจึงควรพิจารณาคุณสมบัติและการใช้งานให้ละเอียดถี่ถ้วนโดยพิจาณายึดเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ คือ

1). ความคงทน (Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย

2). ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป

3). ความกะทัดรัด (Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย

4). คุณภาพของเครื่อง (Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด

5). การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย

6). ความปลอดภัย (Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน

7). ความสะดวกในการบำรุงรักษาละซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลาบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชารุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย

8). ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น

9). ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต (Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจานวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทาให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

10). การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สารองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว

**********************

6. การบริหารบุคคล หมายถึงอะไร

- ศิลปะในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทางานในองค์การ มอบหมายงาน พัฒนาบุคคลและให้พ้นจากงาน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของเป้าหมายหรือบริการของศูนย์ฯ หรือหน่วยงานเป็นสำคัญ

**********************

7. หลักการบริหารงานบุคคลมีกี่ระบบอะไรบ้าง

- แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ

1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์

1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบได้ทุก

1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน

1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ

1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท

2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการะคุณ

**********************

8. การจำแนกตำแหน่งได้กี่ประเภท

- แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1.จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง Position Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร เป็นต้น

2.การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ Rank Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบกับชั้นยศ ใช้กับทหาร ตำรวจ

3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification จำแนกตามคุณลักษณะความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย์

**********************

9. ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนกำลังคนได้แก่อะไรบ้าง

- 1.ศึกษานโยบายและแผนขององค์การ: กระบวนการวางแผนกาลังคนต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกาหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้น ๆ ในอนาคต, การขยายตัวและการเจริญเติบโตขององค์การ (และคู่แข่ง), การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างองค์การ, การเปลี่ยนแปลงในแนวคิดปรัชญาการบริหารในอนาคต, บทบาทของรัฐบาล, บทบาทสหภาพแรงงาน, การแข่งขันของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ

2.การตรวจสภาพกาลังคน ; ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกาลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จานวนตาแหน่ง อัตรากาลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่

3.การพยากรณ์ความต้องการกาลังคน คล้ายกับการตรวจสภาพกาลังคน แต่การพยากรณ์มุ่งเน้นอนาคต จะอาศัยปัจจัยต่อไปนี้เพื่อช่วยในการพยากรณ์คือ

1).ปริมาณการผลิต

2).การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

3).อุปสงค์และอุปทาน

4).การวางแผนอาชีพให้แก่พนักงาน Career Planning

4.การเตรียมหาคนสาหรับอนาคต อาจทาได้ดังนี้

1).การฝึกอบรมพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ ช่วยขวัญกาลังใจ แผนอาชีพ

2).การสรรหาคัดเลือกบุคคลจากภายนอกตลาดแรงงาน

**********************

10. การวางแผนกำลังคนที่ดีต้องทราบอะไรบ้าง

-1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน

2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง

3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จาเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จาเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification

4.รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ

5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก

6. การทาให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทางาน (จิ๋วแต่แจ๋ว, เล็กดีรสโต) (Job Enlargement) เล็ก ๆ มิต้าไม่ ใหญ่ ๆ มิต้าทา

**********************

11. บุคลากรด้านทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภท

- มี 3 ประเภท คือ

1. ด้านบริหาร โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทา การจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทางบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงานเพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

2. ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์สื่อการศึกษาที่นาโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการให้คาปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นต้น ซึ่งแนวทางในการกำหนดภารกิจด้านบริการควรสะท้อนปรัชญาที่ยึดความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

3. บุคลากรด้านการผลิตสื่อ